News - 14

posted on 10 Feb 2010 17:51 by fopp-1-3

Google เซ็งสุดๆ จีนผุดเว็บไซต์เลียนแบบ

 

 

กูเกิ้ล (Google) เซ็งสุดๆ เมื่อพบเว็บไซต์เลียนแบบในจีน แม้กระทั่งโลโกก็ยังไม่เว้น โดยล่าสุดหนังสือพิมพ์ในจีนระบุว่า นักกฎหมายของกูเกิ้ลประจำประเทศจีนก็ได้ฟ้องเว็บไซต์ Goojje ในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้าไปเรียบร้อยแล้ว

กูเกิ้ลยังได้กล่าวอีกด้วยว่า โลโกที่ละม้ายคล้ายกันของเว็บไซต์ในจีนอาจะทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดคิดว่าเป็น เว็บไซต์ของบริษัทในเครือ โดยนักกฎหมายกูเกิ้ลยืนกรานว่า เว็บไซต์ดังกล่าวจะต้องหยุดการใช้โลโกภายในวันนี้ รายงานข่าวดังกล่าวปรากฎอยู่ในหนังสือพิมพ์ Shenzhen Economic Daily

 

 

Goojje เป็นเว็บไซต์ที่เปิดตัวในช่วงปลายเดือนที่แล้ว หลังจากที่กูเกิ้ลตกเป็นข่าวอื้อฉาวจนถึงอาจจะต้องเลิกดำเนินกิจการในจีน Goojje ดูเหมือนกับเป็นการผสมผสานระหว่าง Google กับคู่แข่งในจีนอย่าง Baidu ตัวแทนเว็บไซต์กล่าวว่า "ความจริงแล้ว Goojje ไม่ใช่เสิร์ชเอ็นจิ้น แต่เป็นเว็บไซต์สำหรับหาเพื่อน" อย่างไรก็ดี มีการตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า ตัวอักษรสองตัวสุดท้ายของชื่อ Goojje หมายถึง พี่สาวคนโต (Big sister) ในขณะสามตัวสุดท้ายของชื่อ Google จะออกเสียงคล้ายกับคำที่มีความหมายถึง พี่ชายคนโต (Big brother) เฮ่อ...คิดกันไปได้นะเนี่ย

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410859

 

 

 

 

 

 

 

 

เปลี่ยนไอโฟนเป็นนาฬิกาปลุก"บ้านนก"

 

 

สำหรับรายงานข่าวชิ้นนี้ขอแนะนำแอพพลิเคชันแจกฟรีบนไอโฟน (iPhone) ที่มีไอเดียเรียบง่าย แต่ได้ใจไปเต็มๆ โดยแอพฯตัวนี้จะสามารถเปลี่ยนไอโฟนของคุณให้กลายเป็น "นาฬิกาปลุกรังนก" (BirdBox alarm clock) ที่เมื่อคุณแตะบนหน้าจอ คุณก็จะพบกับนกน้อยน่ารักที่ซ่อนตัวอยู่ในรังอันแสนอบอุ่น

BirdBox จะมีฟังก์ชันกาปลุกแบบร้องจิ๊บๆ ทุกชั่วโมง โหมดกลางคืน (Night Mode) และโหมดให้งีบต่ออีกเล็กน้อย (snooze) โปรแกรมจะแสดงหน้าจอเป็นรูปนาฬิกาปลุกแบบเข็มที่มีลักษณะเป็นวงกลมขนาด เล็ก ที่เมื่อใดก็ตามที่ใช้นิ้วแตะบนนาฬิกา หน้าปัดจะเปิดออกให้เห็นนกน้อยน่ารักที่ตื่นอยู่ภายใน และมองออกมาที่คุณ

 

 

แต่เพื่อให้ได้บรรยากาศมากขึ้น คุณสามารถสั่งซื้อบ้านนกน้อยที่ทำจากกระดาษแข็งคุณภาพสูง ประกอบง่าย มาก ซึ่งเมื่อทำบ้านนกเสร็จ ขั้นตอนการใช้งานก็แค่เปิดหลังคาบ้านนก แล้วหย่อนไอโฟน หรือไอพอดทัชที่โหลด และติดตั้งแอพฯฟรีอย่าง BirdBox ไว้แล้วลงไปในกล่องบ้านนก โดยให้หน้าปัดนาฬิกาตรงกับช่องที่เจาะไว้พอดี สนนราคาของกล่องพับที่ใช้ทำบ้านนกจะมีราคาอยู่ที่ 12-13 เหรียญฯ (ประมาณ 400 - 435 บาท) อุปส์!!! ทำเองดีไหมเนี่ย ดูแล้วไม่น่ายากนะ

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410873

 

 

 

 


 

 

 

เครื่องเล่น MP3 "เขย่า-คลิก"พลิกเพลงดัง

 

 

ช่วงหลังอาหารอย่างนี้ มาอัพเดตข่าวสารด้วยเรื่องราวเบาๆ ด้วยแก็ดเจ็ต (Gadget) ดีไซน์สุดฮิพที่มีวิธีใช้งานกิ๊บเก๋ยูเรก้ามากๆ จากซัมซุง (Samsung) กันดีกว่าครับ สำหรับชิ้นนี้ผมเก็บตกมาจากงาน CES 2010 เมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยขนาดที่เล็ก และดูเหมือนเครื่องแต่งหน้าทาปากมากกว่า ก็เลยมองข้ามไป แต่ความจริงแล้วมันคือ Samsung TicToc MP3 Player หรือเครื่องเล่นเอ็มพีสาม"ติ๊กต็อก" นั่นเอง

TicToc เครื่องเล่นเอ็มพีสามที่มีดีไซน์คล้ายแท้งลิปสติกในกล่องใส่ใสวิ๊งพร้อมด้วย ลดลายดาวกระจายลายพร้อย น่ารักซะไม่มี โดยเสนอตัวเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อไอพอดชัฟเฟิล ลองมาทำความรู้จักกับเจ้า TicToc ดีกว่าครับ เนื่องจากตัวเครื่องไม่มีส่วนแสดงผล ดังนั้นมันจึงต้องมีวิธีควบคุมการเล่นเพลงที่ไม่ธรรมดา ซึ่งภายใน TicToc จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเขย่า (Sansa Shake ของ Sandisk ก็ใช้การเขย่าเหมือนกัน) โดยหากคุณเขย่ามันช้าๆ เพลงที่สุ่มเล่นออกมาก็จะเป็นเพลงช้า แต่เมื่อคุณเขย่าเร็วขึ้น เจ้า TicToc ก็จะเลือกเพลงเร็วเล่นออกมาให้ฟังแทน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของคุณ

 

 

สำหรับปุ่มขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านบนจะเป็นปุ่มที่ใช้เปิดปิดการทำงาน แต่มันยังสามารถใช้ควบคุมการทำงานอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยหากคุณกดค้างแล้วพลิกเอาด้านบนลงล่าง ระดับเสียงก็จะเบาลง และหากต้องการเสียงดังก็กดค้างโดยให้ปุ่มอยู่ด้านบน แม้วิธีควบคุมจะดูแปลกๆ สักหน่อย แต่เชื่อว่ามันน่าจะถูกใจวัยใสอย่างแน่นอน

 

 

Samsung TicToc จะวางตลาดช่วงปลายปีนี้ โดยมีให้เลือกสองความจุด้วยกันคือ 2GB และ 4GB รองรับการเล่นไฟล์ MP3, WMA, OGG และ FLAC สามารถใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นาน 12 ชม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยในชุดแพคเกจ ตัวเครื่องจะอยู่ภายในกล่องครอบใสสวยงาม (แยกขายต่างหาก) และแท่นสำหรับต่อกับตัวเครื่อง เพื่อซิงค์ไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์ได้

 

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410867

 

 

 

 
 
 
 

Google กำลังพัฒนามือถือแปลภาษาพูด

 

 

รายงานข่าวล่าสุด กูเกิ้ล (Google) กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะทำให้มือถือสามารถแปลภาษาต่างประเทศระหว่างที่ สนทนาได้แทบจะทันที ทำให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับชาวต่างชาติได้อย่างสะดวกยิ่งขึั้น โดยทางกูเกิ้ลคาดว่า มือถือแปลภาษา (speech-to-speech translation phone) จะพัฒนาให้ใช้งานได้ในระดับที่ยอมรับได้ภายในอีกสองสามปีข้างหน้านี้

ซอฟต์แวร์มือถือแปลภาษาพูดจะพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วใน ปัจจุบันนันคือ "รู้จำเสียง" (voice recognition) และระบบแปลภาษาอัตโนมัติ (automatic translation) กูเกิ้ลหวังว่า มือถือแปลภาษาพูดจะสามารถพัฒนาได้สำเร็จภายในสองถึงสามปี ถ้าหากทำงานได้จริง มันจะสามารถแปลภาษาที่ใช้สื่อสารระหว่างกันทั่วโลกได้มากกว่า 6,000 ภาษา

 

 

กูเกิ้ลได้พัฒนาระบบแปลภาษาบนคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาศัยการสแกนข้อความจากเว็บไซต์ และเอกสารต่างๆ ทั่วโลก โดยปัจจุบันกูเกิ้ลสามารถแปลภาษาต่างๆ ได้มากถึง 52 ภาษา (รวมภาษา Haitian Creole เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) ในขณะเดียวกันกูเกิ้ลยังได้พัฒนาระบบรู้จำเสียง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้มือถือสามารถสั่งให้สืบค้นเว็บด้วยเสียงพูดเข้าไปในมือถือ แทนการพิมพ์เข้าไปได้ เมื่อนำสองเทคโนโลยีมาเรียงร้อยการทำงานร่วมกัน ก็จะทำให้มือถือแปลภาษาพูดได้ในที่สุด

มือถือแปลภาษาพูดของกูเกิ้ลที่ เกิดจากการผนวกสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์คือ ซอฟต์แวร์จะสามารถเข้าใจเสียงของผู้พูด และสามารถแปลเป็นภาษาต่างประเทศที่ผู้รับเข้าใจ โดยการทำงานของซอฟต์แวร์จะเลียนแบบการตีความของมนุษย์ ซึ่งมือถือจะสามารถ วิเคราะห์ "แพคเกจ" ของเสียงพูด และฟังจนเข้าใจความหมายของคำทุกคำจนกลายเป็นกลุ่มคำ หรือวลี ก่อนที่จะพยายามแปลความหมายออกมา ทำให้มันมีความถูกต้องในความหมายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การประมวลผลที่ซับซ้อนนี้ ยังหมายถึงต้องการความต้องการซีพียูที่เร็วกว่านี้ด้วย (ข้างล่างนี้เป็นคลิปของมือถือ ชื่อว่า pomegranate phone ซึ่งนอกจากจะมีฟีเจอร์ครอบจักรวาลแล้ว มันยังมีฟังก์ชันแปลภาษาพูดด้วย)

 

 Credit: http://www.arip.co.th/news.php?id=410860

 

 

 

 
 
 

News - 13

posted on 07 Feb 2010 21:34 by fopp-1-3

กระจก(ทดลอง)แต่งหน้าระบบดิจิตอล

 

ผ่านเรื่องราวข่าวหนักๆ กันไปแล้ว ตอนนี้มาอ่านข่าวสบายๆ กันบ้างดีกว่า ชิเซโด้ (Shiseido) บริษัทเครื่องสำอางค์เอาใจสาวรุ่นใหม่อยากสวยด้วยกระจกดิจิตอลทีใช้ เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ที่เปิดโอกาสให้สาวๆ ได้สวยเสริมเติมแต่งผ่านหน้าจอระบบสัมผัส เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบก่อนแต่งหน้าจริง หรือพิมพ์ออกมา เพื่อเอาไปแต่งเองที่บ้านก็ได้

บริการดังกล่าว นอกจากจะรวดเร็วทันใจสาวรุ่นใหม่ใจเกินร้อยแล้ว มันยังไม่เปลืองเครื่องแต่งหน้า (มาสคาร่า บรัชออน ลิปสติก ฯลฯ) ที่ใช้ทดลองอีกด้วย โดยงานนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือนบนภาพจริง หรือทีเรียกว่า Augmented Reality ที่ทางเว็บไซต์ arip ได้เคยนำเสนอหลายต่อหลายตัวอย่างผ่านสายตาคุณอ่านกันไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยระบบจะสามารถซ้อนภาพส่วนของการแต่งหน้าขึ้นไปบนใบหน้าจริงๆ ที่ปรากฎบนหน้าจอในลักษณะของการเปรียบเทียบให้เห็นกันจะๆ ก่อน และหลังแต่ง สวยต่างกันกย่างไร? ที่สำคัญเราสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ภายในพริบตา

 

 

สำหรับข้้นตอนการใช้บริการก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นั่งลงตรงหน้าเครื่อง แล้วให้กล้องสแกนใบหน้า (มีเส้นกริด เพื่อกำหนดตำแหน่งการแต่งใบหน้าส่วนต่างๆ ได้แม่นยำยิ่งขึ้น) จากนันให้ระบบวิเคราะห์สีผิว องค์ประกอบต่างๆ ตลอดจนรูปใบหน้า เพือแนะนำให้คุณทราบก่อนว่า หากจะแต่งหน้าให้เหมาะควรเลือกแต่งแบบไหน ใช้เครื่องสำอางค์อะไรดี เสร็จแล้วกดปุ่มอีกเพียงไม่กี่ครั้ง คุณก็จะเห็นใบหน้าสวยๆ ที่เป็นผลมาจากการแต่งหน้าได้ทันที หากคุณรู้สึกว่า คำแนะนำกับผลลัพธ์การแต่งหน้าที่ได้ยังไม่แหล่มพอ ก็สามารถเติมลบกลบป้ายได้ตามใจนึก หลังจากได้อย่างที่พอใจแล้ว สาวๆ ยังสามารถสั่งพิมพ์ภาพใบหน้าก่อนและหลังแต่ง พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ที่ต้องใช้ให้สวยเช้ง เพื่อเลือกซื้อตามรายการที่ปรากฎได้ทันที...สุโค่ย!!!

 

Credit :  http://www.arip.co.th/news.php?id=410846

 

 

 

 

 

 

 

Gesture Cube แก็ดเจ็ตระบบ"ไร้สัมผัส"

 

 

ตั้งแต่ทั่วโลกคุ้นเคยกับอินเตอร์เฟซระบบสัมผัสเรื่อยมาตั้งแต่ "ไอพอด" (iPod) ไปจนถึงล่าสุด"ไอแพด" (iPad) แก็ดเจ็ตที่ออกมาก็เลยไม่พลาดที่จะใช้อินเตอร์เฟซลักษณะนี้ ซึ่งนอกจากระบบสัมผัสแล้ว ผู้ออกแบบก็คิดค้นรูปแบบการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้นไปด้วยการเพิ่มเทคนิคการควบ คุมด้วยท่าทางการสัมผัสแบบต่างๆ ที่เรียกว่า Gesture Control เพื่อให้ระบบเข้าใจรูปแบบ (pattern) ของการสัมผัส แล้วนำไปตีความการทำงานในลักษณะต่างๆ กันไป ซึ่งเชื่อว่า ผู้ใช้ไอโฟนวันนี้คงจะคุ้นเคยกับการใช้นิ้วย่อขยายภาพกันเป็นอย่างดีแล้ว

เหตุผลที่เกริ่นนำเรื่องของอินเตอร์เฟซระบบสัมผัสที่มาพร้อมกับ Gesture Control ก็เนื่องจากไปพบคอนเซปต์แก็ดเจ็ตชิ้นหนึ่งชื่อว่า Gesture Cube เป็นแก็ดเจ็ต เพื่อตอบสนองความต้องการข้อมูลข่าวสาร และสารพันบันเทิงรูปแบบต่างๆ ในยุคออนไลน์ สามารถดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ต ดาวน์โหลด และเปลี่ยนไฟล์ภาพกับมือถือ ฯลฯ ตัวเครื่องประกอบด้วยหน้าจอแสดงผล 5 จอต่อกันเป็นกล่องลูกบาศก์ตามชื่อของมัน (หายไปหนึ่งด้าน ซึ่งก็คือฐานรองต่อขาตั้ง) ทำงานด้วยระบบไรัสัมผัสทั้งหมด โดยใช้การตรวจจับท่าทางการให้สัญญาณมือในการควบคุมการทำงาน (โบกมือ) แทน นั่นหมายความว่า ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานทั้งเครือ่งได้ โดยไม่ต้องสัมผัสถูกตัวมันเลย

 

 

Gesture Cube เป็นผลงานมันสมองของสองดีไซเนอร์ชาวเยอรมัน โดยความลับของการทำงาอยู่ที่ "GestIC" ซึ่งใช้เทคโนโลยีระบบรับรู้จากการเปลียนแปลงของสนามไฟฟ้า (electric field sensing technology) ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Gesture Cube โดยไม่ต้องสัมผัสตัวมันเลยก็ได้ ข้อดีก็คือ หน้าจอทั้ง 5 ที่ทำงานร่วมกันจะไม่ต้องเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือมากมาย ส่งผลให้ภาพที่แสดงบนจอชัดเจนสวยงาม ผมคงบอกไม่ได้ว่า หากมีการพัฒนาออกมาจริงจะน่าใช้แค่ไหน? งานนนี้คงต้องใช้ตัวช่วยอย่างคลิปวิดีโอสาธิตการทำงานที่ทำขึ้นมาให้เห็นภาพ การทำงานที่ชัดเจนดีกว่า คุณผู้อ่านลองชมดูนะครับ ก่อนจะตอบว่า อยากมีไว้ใช้สักเครื่อง หรือไม่?

 

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410847

 

 

 

 

 

ระวังถูกขโมย"ข้อมูลส่วนตัว"บนเน็ตไปใช้

 

 

จากกรณีที่เกิดขึ้นกับดาราสาวและนักธุรกิจอย่าง "เชอรี ผุงประเสิร์ฐ" หรือ "เชอรี่ หนูผี" ที่ได้รับอีเมล์หลอกให้ส่งข้อมูลเกียวกับยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ดของอีเมล์ทีใช้ไปนั้น น่าจะเป็นบทเรียนอย่างดีที่จะทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีความระแวดระวังตัว เองมากขึ้น ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นกับดาราสาวไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่ก็ยังพบว่า มีผู้ใช้ที่ตกเป็นเหยื่อโจรผู้ร้ายเหล่านี้บนเน็ตอยู่ตลอดเวลา

ด้วยความห่วงใยคุณผู้อ่านทุกท่าน ทางกองบรรณาธิการเว็บไซต์ arip จึงเล็งเห็นว่า น่าจะเป็นการดีหากจะนำเรื่องราวของการป้องกันการถูกแอบอ้างตัวตนของผู้ใช้บนอินเทอร์เน็ต (Online Identity) เนื่องจากโดนหลอกขโมย หรือแฮคข้อมูลไปจากระบบ มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งหนึง ซึ่งข้อปฏิบัติขันตอน ตลอดจนคำแนะนำต่างๆ เหล่านี้น่าจะช่วยให้คุณผู้อ่านไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไปของผู้ไม่หวังดี

1. การอนุญาตให้แชร์ข้อมูลส่วนตัว แนะ นำให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์เฉพาะช่องที่ทางเว็บไซต์ต้องการข้อมูลจริงๆ ส่วน ช่องอื่นๆ พิจารณาดูตามความเหมาะสม จากนั้นกวาดสายตาหาเช็คบ๊อกซ์ที่ระบุว่า มีการแชร์ข้อมูลส่วนตัวของคุณ ทางดีควรปฏิเสธการแชร์ข้อมูลจะดีกว่า ด้วยการเลือก หรือไม่เลือกเช็คบ๊อกซ์นั้น (อ่านเงื่อนไขก่อนนะครับว่า การเลือก หรือไม่เลือกนั้นหมายความว่าอย่างไร?)

2. ธุรกรรมออนไลน์ต้องมีกุญแจล็อค ทุก ครั้งทีทำธุรกรรมออนไลน์ ให้สังเกตสัญลักษณ์ที่เป็นรูปแม่กุญแจล็อค (Lock) ทีบริเวณแถบสถานะ (Status bar) ที่อยู่ด้านล่างของบราวเซอร์ และ https:// ที่ปรากฎเป็นคำแรกในช่องแอดเดรสบาร์ (Address Bar) ซึ่งการปรากฎของข้อมูลทั้งสองอย่างนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ข้อมูลของคุณได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัย

 

 

3. ระวังฟิชชิ่ง (Phising Scam) หาก ได้รับอีเมล์แจ้งปัญหาเกียวกับบัญชี (username, password หรือหมายเลขบัญขีธนาคาร) การใช้บริการของธนาคารออนไลน์ หรือสถาบันการเงินออนไลน์ต่างๆ อย่าคลิกลิงค์ที่ปรากฎในอีเมล์ หรือให้ข้อมูลกลับไป (เช่นกรณีทีเกิดกับคุณ "เชอรี่ ผุงประเสิร์ฐ" ซึ่งหากอีเมล์นั้นใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ด้วยอาจจะยิ่งอันตราย เพราะผู้ไม่หวังดีอาจใช้อีเมล์นี้ในการร้องขอพาสเวิร์ดอัตโนมัติ หรืออ้างว่าลืมจากทางธนาคารได้) ควรจะคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ธนาคาร เพื่อตรวจสอบว่า แอคเคาต์ของคุณมีปัญหาจริง หรือไม่? ซึงหากพบว่า ปกติดี ให้คุณรีบแจ้งทางธนาคารให้ทราบว่า มีการโกงในลักษณะนี้ เพื่อจะได้ไม่เกิดความเสียหายกับผู้อื่นด้วย อ้อ...อย่าตกม้าตายด้วยการลืม Log out (Sign out) ทุกครั้งที่ใช้อีเมล์ หรือบริการเหล่านี้ด้วยนะครับ

 

 

4. ใช้บราวเซอร์ทีมีระบบการป้องกันฟิชชิ่ง บราว เซอร์ IE, Firefox จะมีระบบตรวจจับเว็บไซต์ปลอม โดยจะแสดงผลเน้นชื่อโดเมนของเว็บไซต์ให้เห็นเด่นชัด ดังนั้นทุกครั้งก่อนกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ใดๆ โดยเฉพาะบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ หรือสถาบันการเงินต่างๆ ควรสังเกตชื่อโดเมนในช่อง Address Bar ทุกครั้ง

 

 

5. เสิร์ชอย่างปลอดภัย เพื่อ ความปลอดภัยในการค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ต่างๆ แนะนำให้ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส หรือโปรแกรมเสริมการทำงานที่มีระบบตรวจสอบความปลอดภยของลิงค์ต่างๆ ในหน้าผลลัพธ์การค้นของเสิร์ชเอ็นจิ้นด้วย โดยหากโปรแกรมเหล่านี้พบว่า ลิงค์ที่ค้นไม่ได้ไม่ปลอดภัยก็จะแสดงไอคอนเตือนให้ทราบทันที ซึ่งหากไม่มี คุณผู้อ่านก็อาจจะคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์อันตรายที่หลอกขอข้อมูลไปจนถึงแฮ คเข้าไปในระบบผ่านช่องโหว่ของบราวเซอร์ 

 

 

6. ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ โน้ต บุ๊กคอมพิวเตอร์ของคุณควรได้รับการตั้งพาสเวิร์ดทีแข็งแรง เพื่อป้องกันการแอบใช้ หรือเจาะเข้าไปนำข้อมูลของคุณออกมาโดยง่าย ตลอดจนอัพเดตโปรแกรมระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ การดูแลระบบให้แข็งแรงจะช่วยป้องกันการบุกรุกเข้าไปควบคุม หรือขโมยข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของคุณขณะออนไลน์ได้เป็นอย่างดี หากเป็นไปได้ ไม่ควรให้ยืมคอมพิวเตอร์กับคนแปลกหน้า และหากส่งซ่อมควรถอดฮาร์ดดิสก์ออกก่อน (หากฮาร์ดดิสก์ไม่เสีย) หรือสำรองข้อมูลสำคัญออกมา แล้วลบข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ออกไป

 

 

7. คิดก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องทีเกียวข้องกับข้อมูลส่วนตัว ดังนั้นกฎเหล็กข้อหนึงในการป้องกันการขโมย และแอบอ้างข้อมูลส่วนตัวบนออนไลน์ไปใช้ก็คือ อย่าเชื่อทุกสิ่งที่เข้ามาในอีเมล์ ลบข้อมูลสำคัญๆ ออกไปจากเครื่องก่อนซ่อม หรือขายออกไป เพราะขโมยไม่ได้มีแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น

 

 

ความจริงยังมีวิธีป้องกันตัวเองอีกมากมาย แต่เชื่อว่า 7 ข้อที่นำเสนอในข่าวนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านหลายๆ ท่านพอสมควร สำหรับคุณผู้อ่านท่านใด ทีมีวิธีการป้องกันดีๆ และอยากแชร์ให้ผู้อ่านท่านอื่นๆ ก็คอมเมนต์กันเข้ามาได้เลยนะครับ สังคมออนไลน์จะได้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยความปรารถนาดีที่มีต่อผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านครับ :p

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410845

 

 

 

 

 

 

ว้าว!!! หุ่นยนต์ผู้ช่วย "นักบินอวกาศ"

 

 

รายงานข่าวเทคโนโลยีเช้านี้ วิศวกรจากบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ (GM) ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์นาซ่า (NASA) ภายใต้ข้อตกลง Space Act พัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ทั้งในโรงงาน และในอวกาศ...ว้าว!!!

 

 

เจ้าหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศตัวนี้มีชื่อว่า Robonaut 2 หรือ R2 โดยทางทีมพัฒนากล่าวว่า มันทำงานได้เร็วกว่า และฉลาดกว่าหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศรุ่นแรก ตลอดจนหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ตัวอื่นๆ ที่เคยพบเห็นกัน ซึ่งจุดเด่นของ R2 ก็คือ มันได้รับการออกแบบให้สามารถใช้นิ้วทั้งสิบ รวมถึงแขนและมือทั้งสองได้อย่างคล่องแคล่วราวกับมนุษย์ แถมยังมีความแข็งแรงอีกด้วย โดย R2 สามารถใช้มือยกน้ำหนักขนาด 20 ปอนด์ (9 กิโลกรัม) อีกทั้งยังสามารถทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่อันตรายมากๆ หรือไม่สะดวกต่อการทำงานโดยมนุษย์

 

 

R2 ได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้ช่วยมนุษย์ ดังนั้น ระบบการทำงานจะประกอบด้วยเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย อย่างเช่น การตรวจจับศรีษะของมนุษย์ ซึ่งทำให้ Robonaut สามารถเฝ้าดู และติดตามมนุษย์ได้ทุกฝีก้าว แต่ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีความฉลาดเทียม (AI: Artificial Intelligent) R2 จึงได้รับการพัฒนาให้ทำงาน โดยมีบางงานที่ยังคงต้องใช้ผู้ควบคุมผ่านเทคโนโลยีจริงเสมือน (Virtual Reality) และจากความคล่องแคล่วในการใช้มือและนิ้ว ทำให้เราสามารถให้ R2 ช่วยติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ซึ่งเป้าหมายก็คือ หุ่นยนต์ผู้ช่วยเหล่านี้จะสามารถใช้แขนและมือทั้งสองข้างได้เร็วเท่ากับ มนุษย์ GM กล่าวว่า การพัฒนาหุ่นยนต์นี้จะนำไปสู่การสร้างรถยนต์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น และโรงงานที่ปลอดภัยกว่า ในขณะที่ NASA กล่าวว่า เราจะได้ผู้ช่วยมนุษย์ทำงาน และสำรวจอวกาศ 

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410844

 

 

 

News - 12

posted on 30 Jan 2010 23:16 by fopp-1-3

 หุ่นยนต์จิ๋วแดนกิมจิ"คล่องแคล่ว"สุดๆ

 

 

รายงานข่าววันหยูดอย่างนี้ ยังคงเกาะติดอยู่กับแก็ดเจ็ต (Gadget) ใหม่ๆ ล้ำๆ กันต่อไปนะครับ คราวนี้ขอเอาใจผู้ที่ชื่นชอบหุ่นยนต์จิ๋ว"ฮิวแมนอยด์"กันบ้าง ซึ่งเจ้าตัวนี้เป็นของบริษัทในเกาหลี แต่ลีลาการเคลื่อนไหวร่างกายของมันคล่องแคล่วไม่แพ้จากแดนปลาดิบเลย ที่สำคัญมันเดินขึ้นลงบันไดแบบอะซิโม่ได้ด้วยล่ะ

Junimotion หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์จิ๋วรุ่นใหม่ล่าสุดจากบริษัท Robotro ในเกาหลีใต้ โดยจัดทำเป็นชุดคิท เมื่อประกอบเสร็จจะได้หุ่นยนต์ที่มีความสูง 15 นิ้ว และมีน้ำหนักตัว 6 ปอนด์ (2.7 กิโลกรัม) สนนราคาอยู่ที่ 4,000 เหรียญฯ (ประมาณ 133,000 บาท) ดังนั้นเวลาประกอบเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ก็ระวังๆ หน่อยแล้วกันนะครับ

 

 

 

Junimotion เป็นชุดคิทหุ่นยนต์ที่ใช้เซอร์โวรุ่นใหม่ที่มีการเชื่อมต่อสายสัญญาณค่อนข้า บน้อย ไม่รุงรังเหมือนที่เราเห็นในอดีต ทำให้หุ่นยนต์ดูทะมัดทะแมงขึ้น Junimotion มาพร้อมกับออปชันเสริมการทำงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น LED ลำโพง เซ็นเซอร์ต่างๆ รวมถึงไจโรที่มีความไวเป็นยอด นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถสั่งการไร้สายด้วยบลูทูธอีกด้วย ดังนั้น คุณสามารถพัฒนาแอพฯบนสมาร์ทโฟน เพื่อควบคุมการทำงานของมันได้

 

 

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของ Junimotion ก็คือ แบตเตอรี่ที่เล่นได้ต่อเนื่องแค่ 30 นาทีเท่านั้น ในขณะที่ราคาก็แพงเว่อร์เลย แต่ไม่ว่าคุณจะสนมัน หรือไม่ก็ตาม เราไปดูความสามารถของมันที่เรียกร้องความสนใจจากผู้คนในงานแสดงที่เกาหลีกัน ดีกว่าครับ (ส่วนตัว ผมชอบท่าที่มันลุกขึ้นมานั่งจากท่านอนแบบหนังจีนกำลังภายใน เซอร์โวของแข็งแรงมากๆ)

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410793

 

 

 

 
 
 

AirMouse เมาส์รุ่นใหม่ใส่ติด"มือ" ?

 

 

ตอนแรกที่เห็น หากไม่บอกว่ามันคืออะไร? คงต้องใช้เวลาเดาอยู่พอสมควร เพราะมันดูเหมือนถุงมือไฮเทคที่น่าจะไว้ใส่เพื่อควบคุมอุปกรณ์บางอย่าง ซึ่งความจริงแล้วมันก็คือ "เมาส์" นั่นเอง แต่เป็น AirMouse เมาส์ทีสามารถใช้ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้จากอากาศ ไม่ต้องการพื้นโต๊ะผิวเรียบแต่อย่างใด?

 

 

AirMouse เป็นเมาส์รุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับลักษณะท่าทางการใช้มือมนุษย์ ในการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งดูจากลักษณะของมันก็จะเหมือนถุงมือที่มีดีไซน์ ไฮเทคฯ ตอนใส่คงรู้สึกแปลกๆ นิดหนึ่ง AirMouse ทำจากเส้นใยผ้ายืดหยุ่นที่มีน้ำหนักเบาแนบติดเนื้อจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของ มือเรา โดยจะวางทอดยาวตั้งแต่ปลายนิ้วทั้งสอง (ชึ้ และกลาง) ที่ใช้สำหรับคลิกซ้าย และขวาตามลำดับ ซึ่งผู้สวมใส่จะสามารถคลิกได้ด้วยการงอนิ้วลงมากดปุ่มที่อยู่ในอุ้งมือ (เวลาใช้นิ้วกลางคลิกขวาคงเหมือนสไปเดอร์แมนปล่อยไยแมงมุมแน่ๆ เลย) 

 

 

DeanMark บริษัทผู้พัฒนาและออกแบบ AirMouse อ้างว่า การออกแบบให้มันคล้ายถุงมือทีสวมใส่ได้นั้น จะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องฝืนธรรมชาติของการใช้มือบังคับเมาส์ทั่วไป ซึงเป็นสาเหตุของอาการปวดข้อมือ ขณะเดียวกันการที่ไม่ต้องรู้สึกว่าถืออะไรอยู่ในมือ เพราะตอนนี้มือคุณคือเมาส์ไปแล้ว ทำให้การควบคุมทิศทางของเคอร์เซอร์บนเดสก์ทอปด้วยมืออย่างอิสระจึงทำได้ ง่ายกว่า และแม่นยำกว่าอีกด้วย ผมว่า ดูแล้วคล้ายๆ กับทีทอมครูสใส่ในเรื่อง Minority Report เลยนะครับ สนนราคาอยู่ที่ 130 เหรียญฯ หรือประมาณ 4,500 บาท

 

Credit: http://www.arip.co.th/news.php?id=410792

 

 

 
 
 

กูเกิ้ลให้เงินแฮคเกอร์ที่เจอบั๊กในโครม

 

 

รายงานข่าวล่าสุด กูเกิ้ล (Google) เปิดแคมเปญจ์ให้เงินรางวัลสำหรับใครที่ค้นพบช่องโหว่อันตรายในบราวเซอร์โครม (Chrome) โดยขั้นต่ำของเงินรางวัลเริ่มต้นที 500 เหรียญฯ หรือประมาณ 17,000 บาท เอ้า...แฮคเกอร์ทีทราบเรื่อง เริ่มต้นเจาะโครมได้แล้วตั้งแต่วันนี้

กูเกิ้ลกำลังยื่นข้อเสนอให้เงินรางวัลกับแฮคเกอร์ที่สามารถค้นพบช่องโหว่ ร้ายแรงในChrome โปรแกรมบราวเซอร์ของทางบริษัท ซึ่งสำหรับการทดลองโปรแกรมอัดฉีดเงินรางวัลในลักษณะดังกล่าว ก็เพื่อเป็นแรงดึงดูดนักวิจัยภายนอกโปรเจ็กต์โครมให้ช่วยฟีดแบ็คระบบรักษา ความปลอดภัยของบราวเซอร์นั่นเอง โดยกูเกิ้ลกล่าวว่า ทางบริษัทจะจ่ายขั้นต่ำสำหรับข้อผิดพลาดที่ค้นพบเป็นเงิน 500 เหรียญฯ ไปจนถึงสูงสุด 1,337 เหรียญฯ (ประมาณ 45,000 บาท) ในกรณีที่เป็นข้อผิดพลาดร้ายแรงมาก ทั้งนี้ข้อผิดพลาดหนึ่งๆ ของการทำงานสามารถแจกแจงได้หลายช่องโหว่

"ยิ่งผู้ใช้เข้ามายำโค้ด Chromium มากเท่าไร บราวเซอร์ที่ส่งมอบให้กับผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลกก็จะมีความปลอดภัยมากยิ่ง ขึ้น" คริส อีแวนซ์ Google Chrome Security โพสต์ไว้ในบล็อกประกาศ แคมเปญจ์ดังกล่าวเมื่อวานนี้ กูเกิ้ลพยายามผลักดันโครม และระบบรักษาความปลอดภัยของบราวเซอร์ตัวนี้อย่างเต็มที่ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้จะสังเกตเห็นว่า มีการติดแบนเนอร์โครมอัพเดตบนหน้าโฮมเพจของกูเกิ้ลด้วย ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ได้มีการแก้ไขระบบรักษาความปลอดภัย และอัพเดตคุณสมบติใหม่ ตลอดจนการป้องกันที่แข็งแรงยิ่งขึ้นสำหรับกลไกการทำงานในลักษณะ cross-site scripting (XSS)

อย่างไรก็ตาม แคมเปญจ์ดังกล่าวอาจะเป็นดาบสองคม เนื่องจากเป็นการส่งเมสเสจที่ผิด เพราะมันกลายเป็นว่า นักวิจัย หรือกลุ่มที่สนับสนุนบราวเซอร์ตัวนี้หันไปพยายามหาช่องโหว่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินรางวัลชดเชยค่าเหนื่อย ซึ่งความจริง บริษัทบางแห่งก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน อย่างเช่น ZDI และ iDefense ต่างก็จ่ายเงินให้กับนักวิจัย หรือแฮคเกอร์ที่พบบั๊กมานานแล้ว ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นต่อแคมเปญจ์นี้ว่า การโน้มน้าวให้นักวิจัยพยายามเจาะซอฟต์แวร์ เพื่อว่า เจ้าของซอฟต์แวร์จะได้แก้ปัญหาก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะนำมันไปใช้ แม้จะเป็นไอเดียที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน มันอาจจะเป็นการเปิดช่องที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีได้รู้ว่า มันมีช่องโหว่อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ทราบมาก่อน และผู้ไม่หวังดีเหล่านั้นก็จะพยายามหาเงินจากช่องโหว่ที่เฉลยออกมาต่อไป อีกประเด็นหนึ่งก็คือ โปรแกรมให้รางวัลสำหรับการพบบั๊กในโปรแกรมลักษณะนี้ ไม่ได้ป้องกันการเกิดปัญหาจากช่องโหว่ที่พบทันที หรือที่เรียกว่า zero-day จากผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมอยู่ดี 

 

Credit : http://www.arip.co.th/news.php?id=410791

 

 

 
 
 

 ไอแพดรุ่นถัดไป "เล็กลง-พกพาสะดวก"

 

 

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า แอปเปิล (Apple) มีแผนการที่จะออกน้องใหม่รุ่นถัดไปสำหรับไอแพด (iPad) ซึ่งจะเป็นเวอร์ชันที่มีขนาดเล็กพกพาใส่กระเป๋า อีกทั้งยังเพิ่มคุณสมบัติด้านการรับคำสั่งเสียงเข้าไปด้วย

"ไอแพด เป็นแก็ดเจ็ตที่ยิ่งใหญ่" แหล่งข่าววงในกล่าว "แต่มันจะมีประโยชน์อันใด หากคุณไม่สามารถพกมันใส่กระเป๋าติดตัวไปได้" ทั้งนี้ไอแพดรุ่นใหม่ยังสามารถใช้ซิมในเครื่อง เพื่อเรียกสายมือถือสามาร์ทโฟนทั่วไปได้ด้วย" แหล่งข่าวระบุว่า แอปเปิลได้พัฒนาต้นแบบไอแพดที่มีขนาดเล็กกว่า แต่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น แถมยังได้ส่งมอบให้ชุมชน tester รับไปทำหน้าที่ทดสอบกันแล้วด้วย "หลังจากไอแพดวางตลาด คุณอาจจะได้พบกับใครบางคนที่ได้ถือมัน (Pocket iPad) ไว้ในมือก็ได้"

 

 

ไอแพด รุ่นถัดไปยังได้รับการออกแบบด้วยรูปแบบต่างๆ มากมาย เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจจะมีไอแพดที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อย่างเช่น การมีคีย์บอร์ดแบบเปิดฝาพับด้านหน้า (คล้ายโน้ตบุ๊ก?) อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าว่า ยังไม่มีการตั้งชื่อให้กับไอแพดไซส์มินิที่รับคำสั่งเสียงได้แต่อย่างใด รวมถึงเวอร์ชันทีมีขนาดใหญ่กว่าแต่มาพร้อมกับคีย์บอร์ดติดกับหน้าจอ (คล้ายแบล็คเบอรี่?) หากพิจารณาในเชิงการแข่งขันทางการตลาด การออกไอแพดรุ่นเล็กจะทำให้แอปเปิลมีตัวเล่นที่จะไปชนกับ Kindle (หน้าจอ 6") ของแอมะซอนได้อีกด้วย

 

 

ไม่ว่าข้อมูลจากแหล่งข่าววงในเหล่านี้จะเป็นจริง หรือไม่ก็ตาม เชื่อกันว่า ไอแพด ที่เพิ่งเปิดตัวมา คงต้องใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าจะประสบความสำเร็จในตลาด...อย่างไรก็ตาม แค่ iPad เวอร์ชันปัจจุบันก็ทำตลาดสับสนพอสมควรแล้ว Pocket iPad จะไม่ทำให้ผู้ใช้ต้องปวดหัวกันไปกว่านี้ หรือ? (แม้แต่ในสายผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลเองก็ด้วย)

 

Credit: http://www.arip.co.th/news.php?id=410780